ปลาอินทรีย์

ปลาอินทรีย์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลาอินทรี

 

     ปลาอินทรีย์ เป็นปลาทะเลเล็ก-กลาง ที่พบได้ทั้งฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน นิยมนำมาประกอบอาหารหลายเมนู อาทิ ปลาอินทรีย์ทอดน้ำปลา ปลาอินทรีย์นึ่งซีอิ้ว และห่อหมกปลาอินทรีย์ เป็นต้น รวมไปถึงนิยมนำมาแปรรูปเป็นปลาเค็มที่ให้รสมันอร่อย ราคาจำหน่ายในปัจจุบัน กิโลกรัมละประมาณ 200-250 บาท

ปลาอินทรีย์ที่พบในประเทศไทย ปัจจุบันพบมากถึง 18 ชนิด แต่มีเพียง 2 ชนิด ที่มีจำนวนมาก และนิยมจับมาบริโภคกัน คือ ปลาอินทรีย์จุด หรือ ปลาอินทรีย์ข้าวตอ และปลาอินทรีย์บั้ง หรือ เบกา

ปลาอินทรีย์จุด หรือ ปลาอินทรีย์ข้าวตอก  ชื่อวิทยาศาสตร์ Scomberomorus guttatus  เป็นปลาอินทรีย์ขนาดเล็ก และเล็กกว่าปลาอินทรีย์ชนิดอื่น ชอบอาศัย และหากินบริเวณผิวน้ำ มีรูปร่างลำตัวค่อนข้างกลม และเรียวยาว ด้านข้างลำตัวครึ่งบนมีแต้มด้วยจุดสีดำหรือสีเทาคล้ายลายข้าวตอก ส่วนปากมีมุมปากยาว ปากอ้าได้กว้าง จะงอยปากแหลม ภายในปากมีฟันแหลมคม ครีบหลังแบ่งเป็น 2 ส่วน ก้านครีบด้านหน้าเป็นก้านครีบแข็ง ส่วนก้านครีบหลังมีลักษณะเหมือนกับก้านครีบก้นที่ประกอบด้วยก้านครีบอ่อน และถัดมาจะเป็นครีบฝอย ส่วนครีบหูมีขนาดเล็ก และเล็ดสุดจะเป็นครีบท้อง ครีบที่ใหญ่สุดจะเป็นครีบหาง ลักษณะครีบเว้าลึก เป็นรูปวงเดือย มักอยู่รวมกันเป็นฝูง ว่ายน้ำรวดเร็ว ลำตัวยาวประมาณ 40-55 เซนติเมตร นิยมนำมาปรุงอาหารต่างๆ และแปรรูปเป็นปลาอินทรีย์เค็ม

ปลาอินทรีย์บั้ง หรือ เบกา  ชื่อวิทยาศาสตร์ Scomberomorus commerson
เป็นปลาอินทรีย์ที่ชอบอาศัยรวมกันเป็นฝูง ชอบหากินบริเวณผิวน้ำ ลำตัวมีรูปร่างคล้ายกับปลาอินทรีย์จุด แต่ลำตัวค่อนข้างกลม และใหญ่กว่า และด้านข้างลำตัวมีแถบสีดำหรือสีเทาเข้มพาดขวางลำตัวลงด้านล่างเป็นลายบั้ง แถบนี้เริ่มจากใต้ครีบหูถัดจากแผ่นเหงือกไปเกือบถึงโคนครีบหาง และมีแถบสีเทา 1 แถบ พาดตามแนวยาวของลำตัวบริเวณส่วนบนของลำตัวที่เริ่มจากเหนือครีบหูซึ่งส่วนนี้แถบจะใหญ่ และมีสีเข้ม แต่เมื่อแถบยาวมาถึง บริเวณครีบก้นหรือครีบหลังอันที่สองจะเล็กลง และพาดเอียงลงแล้วค่อยยกขึ้นอยู่ในระดับเดิมไปจรดโคนหาง ท้งนี้ แถบสีข้างลำตัวจะปรากฏเด่นชัดในปลาตัวเต็มวัยมากกว่าปลาขนาดเล็ก ปลาอินทรีย์ชนิดนี้ พบอาศัยบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก และตะวันตก รวมถึงทะเลฝั่งอันดามัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลาอินทรี

อาหาร : มักกินอาหารจำพวกปลาที่มีขนาดเล็กว่า เช่น ปลากะตักหลังเขียว และปลาหมึก เป็นต้น ขนาดที่พบทั่วไปมีความยาวประมาณ 30-70 เซนติเมตร และอาจพบยาวได้มากถึง 1 เมตร จัดเป็นปลาที่มีมูลค่าสูงมากกว่าอินทรีย์อื่นๆในท้องตลาด นิยมใช้ทำปลาอินทรีย์เค็ม ที่ชาวจีนเรียกว่า เบกา

ปลาชะโด

ปลาชะโด

ปลาชะโด เป็นปลาท้องถิ่นที่พบแพร่กระจายได้ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดเป็นปลาสวยงามชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาเลี้ยงในขณะที่ลำตัวมีขนาดเล็ก เนื่องจากมีแถบลายข้างลำตัวสวยงาม แต่เมื่อโตแล้วจะไม่นิยมเลี้ยงเนื่องจากลายข้างลำตัวจะหายไป

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลาชะโด

ลักษณะปลาชะโด

ปลาชะโดมีรูปร่างคล้ายปลาช่อน และมีขนาดลำตัวใหญ่มาก โดยเคยพบปลาชนิดนี้มีลำตัวยาวมากกว่า 1 เมตร น้ำหนักมากกว่า 50 กิโลกรัม ลักษณะลำตัวทั่วไปของตัวเต็มวัย แถบลำตัวทางด้านบนมีสีน้ำตาลอมเขียวเมื่อยังเล็ก และเป็นน้ำตาลอมดำเมื่อมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีจุดประสีขาวกระจายทั่วในแนวตั้งขวางลำตัวด้านบน และกระจายในแนวนอนตามยาวบริเวณส่วนหัว ส่วนด้านท้องด้านล่างมีสีขาว เมื่อยังเล็กจะมีแถบข้างลำตัว 2 แถบ เป็นสีแดง หรือ อาจมองเห็นเป็นสีส้ม เมื่อโตเต็มวัยแถบสีแดงจะเปลี่ยนเป็นสีดำทำให้มองเห็นเป็นแถบพาดยาวจากลูกตา และมุมปากไปจรดโคนหาง ส่วนครีบหางมีลักษณะสี่เหลี่ยม ขอบครีบหางทางด้านบน และด้านล่างมีสีชมพูปลาชะโดส่วนหัวของปลาชะโดมีลักษณะคล้ายปลาช่อน ปากมีฟันเป็นชี่สีขาวคล้ายฟันปลาฉลาม สามารถกัดเหยื่อให้ขาดเป็นท่อน หรือเกิดเป็นแผลขนาดใหญ่ได้ความแตกต่างระหว่างเพศของปลาชะโด สามารถสังเกตได้ในช่วงฤดูวางไข่ โดยปลาชะโดเพศเมียจะมีผนังท้องบาง และอูมเป่ง บริเวณด้านท้องของอวัยวะเพศมีสีชมพูแดงเรื่อ การแพร่กระจาย และแหล่งอาศัย ปลาชะโดในประเทศไทยมักพบในแหล่งน้ำนิ่งต่างๆที่มีพรรณไม้น้าต่างๆ เช่น บัว สาหร่ายพุงชะโด จอก ผักตบชะวา ลักษณะของน้ำค่อนข้างใส พื้นท้องน้ำเป็นดินโคลน โดยพบแพร่กระจายมากในแถบจังหวัดภาคกลางถึงภาคเหนือตอนล่าง ชอบอาศัยที่ระดับความลึก 1.3-2.5 เมตร โดยปลาชะโดขนาดใหญ่มักไม่มีการอพยพย้ายถิ่น อาจเนื่องจากมีลำตัว และน้ำหนักมากทำให้เป็นอุปสรรคในการย้ายแหล่งอาศัย แต่ปลาชะโดขนาดเล็กจะมาการย้อยถิ่นอาศัยเหมือนกับปลาช่อนทั่วไ อาหาร และการหาอาหาร ปลาชะโด เป็นปลาที่มีฟันเป็นซี่ สามารถกัดกินอาหารให้ขาดเป็นท่อนได้ง่าย ชอบอาศัยตามพุ่มไม้น้ำเพื่อเป็นที่พรางตัว และการหาอาหาร โดยมีอาหารเป็นปลา กุ้งฝอย และแมลงต่างๆ นอกจากนั้น ปลาชะโดยังกินซากเน่าเปื่อยของปลาหรือสัตว์อื่นๆ แต่อาหารหลักจะเป็นปลาชนิดต่างๆ ทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลาชะโด

การผสมพันธุ์ และวางไข่ ปลาชะโดจะผสมพันธุ์ในช่วงต้นฤดูฝนเหมือนกับปลาชนิดอื่นทั่วไป ชอบสร้างรัง และวางไข่บริเวณริมฝั่งที่มีพรรณไม้น้ำขึ้นโดยรอบ โดยจะสังเกตเห็นแม่ปลาขึ้นมาตีแปลงเพื่อสร้างแอ่งหรือรังสำหรับวางไข่ ลูกปลาชะโดเมื่อฝักออกจากไข่จะอยู่รวมกันเป็นฝูง โดยมีแม่ปลาคอยดูแลตลอด

ท้องเสีย

ท้องเสีย

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ท้องเสีย

 

         ท้องเสีย หรือ อุจจาระร่วงเป็นอาการถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำมากกว่าปกติ หรือในบางครั้งถ่ายเป็นมูกปนเลือด มักเกิดจากการติดเชื้อหรือภาวะอาหารเป็นพิษ หลังจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าไป โดยอาการจะเกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน แต่ในบางรายอาจอาการเรื้อรังเป็นเวลานาน ซึ่งอาจเกิดจากโรคอื่น ๆ ได้ เช่น โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง

โดยปกติลำไส้จะดูดซึมสารอาหารในรูปแบบของเหลวจากสิ่งที่รับประทานเข้าไปในร่างกายจนเหลือแต่กากใยทิ้งไว้ แต่เมื่อเกิดอาการท้องเสียขึ้น ทำให้ลำไส้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ สารอาหารเหล่านั้นจึงไม่ถูกดูดซึมและถูกขับออกมาจากร่างกาย ท้องเสียแบบเฉียบพลัน อาการท้องเสียแบบเฉียบพลับมักเกิดจากโรคกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กอักเสบ เนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือเชื้อปรสิต ดังนี้ การติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อแบคทีเรียที่มักปนเปื้อนในน้ำหรืออาหาร และก่อให้เกิดอาการท้องเสียตามมา ได้แก่ เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เชื้อซาลโมเนลลา เชื้อชิเกลลา และเชื้ออีโคไล การติดเชื้อไวรัส มีไวรัสหลายชนิดที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสีย เช่น โรต้าไวรัส โนโรไวรัส ไซโตเมกาโลไวรัส เฮอร์พีส์ซิมเพล็กซ์ไวรัส ไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น โดยโรต้าไวรัสเป็นสาเหตุของการเกิดอาการท้องเสียในเด็กมากที่สุด ซึ่งสามารถหายได้ภายใน 3-7 วัน แต่อาจจะก่อให้เกิดปัญหาในการย่อยและดูดซึมแล็กโทสที่พบในน้ำนมได้ การได้รับเชื้อปรสิต เชื้อปรสิตสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน และอาศัยอยู่ในระบบย่อยอาหารของคนเรา เชื้อปรสิตที่มักพบ คือ เชื้อไกอาเดีย เชื้อแอนตามีบาฮิสโตลิติกาหรือเชื้อบิดอะมีบา และเชื้อคริปโตสปอริเดียม นอกจากนี้ อาการท้องเสียที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันอาจเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น อาการวิตกกังวล การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากเกินไป การแพ้อาหารบางชนิด ไส้ติ่งอักเสบ หรือเยื่อบุลำไส้เสียหายจากการฉายรังสี เป็นต้น นอกจากนั้น ผู้ป่วยควรระมัดระวังเรื่องความสะอาดของอาหารเป็นหลัก โดยเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุก ผ่านกระบวนการผลิตอย่างถูกสุขลักษณะ และเน้นอาหารที่ย่อยง่ายอย่างโจ๊ก ข้าวต้ม น้ำซุป หรือขนมปัง และควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทหมักดอง อาหารที่มีไขมันสูง เครื่องดื่มคาเฟอีน ของหวาน ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนม และอาหารรสจัด เมื่อเริ่มมีอาการดีขึ้นก็อาจรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์ชนิดที่ดีหรือโปรไบโอติกอย่างโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยว ซึ่งมีส่วนช่วยให้ลำไส้ย่อยอาหารได้ดี ภาวะแทรกซ้อนของอาการท้องเสีย ผู้ป่วยท้องเสียส่วนใหญ่มักไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมา แต่คนบางกลุ่มอย่างหญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อไปนี้มากกว่าปกติ ภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ โรคลำไส้แปรปรวน ภาวะย่อยน้ำตาลแล็กโทสบกพร่อง กลุ่มอาการเม็ดเลือดแดงแตกยูรีเมีย

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

หากท้องเสียจากการติดเชื้อบางชนิด ร่างกายส่วนอื่นตอบสนองต่อการติดเชื้อในทางเดินอาหารจนเกิดการอักเสบตามไปด้วย การติดเชื้อลุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย การป้องกันอาการท้องเสีย ท้องเสียเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน ซึ่งการติดเชื้อในทางเดินอาหารจัดเป็นสาเหตุหลักประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสีย ดังนั้น การรักษาความสะอาดและเลือกรับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัยจึงเป็นการป้องกันการติดเชื้อที่นำไปสู่ภาวะท้องเสียได้ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำเบื้องต้นเหล่านี้

ข้อเท้าแพลง

ข้อเท้าแพลง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข้อเท้าแพลง

       ข้อเท้าแพลง  คือ อาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าซึ่งมักเกิดจากอุบัติเหตุที่ทำให้ข้อเท้าพลิก จนทำให้เอ็นช่วยยึดกระดูกระหว่างข้อเท้ากับกระดูกขาเกิดอาการยึดตึงเกินปกติหรือฉีกขาด เมื่อเกิดข้อเท้าแพลง จึงทำให้ร่างกายไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวช่วงข้อเท้าได้ตามปกติ

ผู้ป่วยข้อเท้าแพลงสามารถรักษาดูแลอาการด้วยตนเองได้ที่บ้าน หรือไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา ซึ่งขั้นตอนและวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการข้อเท้าแพลง อาการของข้อเท้าแพลง เจ็บปวดบริเวณข้อเท้าที่แพลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลงน้ำหนักที่เท้าหรือได้รับแรงกด ข้อเท้าบวมบริเวณข้อเท้าที่แพลงมีรอยช้ำเลือด หรือผิวหนังบริเวณนั้นมีสีที่เปลี่ยนไป ข้อเท้าบริเวณที่แพลงเกิดอาการยึดตึงและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ ในบางครั้ง ผู้ป่วยอาจได้ยินเสียงเส้นเอ็นพลิกในขณะที่เกิดข้อเท้าแพลง หากผู้ป่วยพบอาการต่าง ๆ ของข้อเท้าแพลง สามารถรักษาอาการได้ด้วยการปรึกษาเภสัชกรและซื้อยาจากร้านขายยาทั่วไป หรือไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยให้มั่นใจ และป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจเป็นอันตรายและรุนแรงกว่าข้อเท้าแพลง
ผู้ป่วยสามารถสังเกตอาการที่เป็นสัญญาณอันตราย และควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาทันที เช่น ปวดบวมมากบริเวณข้อเท้า มีอาการต่าง ๆ ของข้อเท้าแพลง แต่อาการรุนแรงมาก จนอาจเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกแตกหัก หรือเอ็นฉีกขาดระดับรุนแรง สาเหตุของข้อเท้าแพลง ข้อเท้าแพลงเกิดจากข้อเท้าพลิกหรือเกิดเหตุที่ทำให้ข้อเท้าอยู่ในท่าผิดไปจากปกติ จนเส้นเอ็นยึดข้อเท้ากับกระดูกขาเกิดการยึดตึง หรือฉีกขาด ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสให้เกิดข้อเท้าแพลง ได้แก่ ก้าวพลาด หรือหกล้ม ทิ้งตัวลงมาผิดจังหวะจากการกระโดดหรือหมุนตัว การวิ่งหรือการก้าวเดินบนพื้นผิวที่ขรุขระ
การสวมใส่ถุงเท้าหรือรองเท้าที่ไม่พอดีกับเท้า การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุกระทบกระเทือนจนข้อเท้าแพลงได้ เช่น การเล่นเทนนิส บาสเก็ตบอล ฟุตบอล การมีภาวะน้ำหนักตัวเกินหรือมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุจนข้อเท้าแพลงได้ง่ายยิ่งขึ้น
เคยประสบอุบัติเหตุ หรือมีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้ามาก่อน การวินิจฉัยข้อเท้าแพลง เมื่อผู้ป่วยสงสัยว่ามีอาการข้อเท้าแพลงไปพบแพทย์ ในเบื้องต้นแพทย์จะตรวจร่างกายด้วยการจับ ขยับ และกดบริเวณข้อเท้า เพื่อตรวจสอบการเคลื่อนไหวของข้อเท้า และบริเวณที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดความเจ็บปวด หากอาการบาดเจ็บมีความรุนแรงมาก แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยสแกนข้อเท้า เพื่อวินิจฉัยอาการจากภาพฉายภายใน ซึ่งจะตรวจสอบความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับกระดูก กล้ามเนื้อ และเอ็นข้อต่อในข้อเท้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมต่อไป

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข้อเท้าแพลง

หากเกิดอาการข้อเท้าแพลงขึ้นแล้วปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาการเหล่านั้นอาจส่งผลกระทบให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายมากยิ่งขึ้นได้ เช่น เกิดอาการปวดอย่างเรื้อรัง เกิดภาวะเอ็นข้อเท้าไม่มั่นคงเรื้อรัง เสี่ยงเกิดข้ออักเสบเร็วขึ้น

โรคความดันสูง

โรคความดันสูง

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรค

 

       โรคความดันสูง หรือ โรคความดันโลหิตสูง เป็นภาวะความดันเลือดภายในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติตลอดเวลา หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องจะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงตามมา จนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

สถานการณ์ของโรคความดันสูงทั่วโลกมีแนวโน้มที่รุนแรงมากขึ้น เพราะเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตของคนทั่วโลกถึง 9.4 ล้านคน และยังพบว่าเป็นสาเหตุของการเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง และภาวะหัวใจล้มเหลวได้ถึง 50% นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่มีอายุมากกว่า 25 ปีประมาณ 4 ใน 10 คน เป็นโรคความดันสูง และในหลายประเทศยังพบอีกว่าประมาณ 1 ใน 5 คนเป็นกลุ่มเสี่ยงในโรคความดันสูง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก และสมาคมโรคความดันโลหิตสูงนานาชาติ ได้กําหนดให้วันที่ 17 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันความดันโลหิตสูงโลก เพื่อให้ผู้คนทั่วโลกตระหนักถึงความร้ายแรงของโรคนี้มากขึ้นโรคความดันสูงส่วนใหญ่ไม่ค่อยแสดงอาการผิดปกติ ยกเว้นในผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันสูงระยะรุนแรงก็อาจมีอาการแสดง เช่น ปวดศีรษะรุนแรง หายใจสั้น เลือดกำเดาไหล ซึ่งอาการเหล่านี้ยังถือว่าเป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงและบอกไม่ได้ชัดเจน หรือในบางรายทราบเมื่อตรวจพบภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันสูงขึ้นแล้ว ทำให้ต้องหมั่นมีการตรวจสุขภาพและวัดค่าความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้โรคนี้ถูกเรียกว่าเป็นฆาตกรเงียบ (Silent Killer) ที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้อย่างไม่ทันระวังตัว โรคความดันสูงแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ชนิดที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด (Primary Hypertension หรือ Essential Hypertension) ซึ่งไม่สามารถระบุถึงต้นเหตุการเกิดได้ และชนิดที่ทราบสาเหตุ (Secondary Hypertension) ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสภาวะ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคไต ปัญหาต่อมไทรอยด์ เนื้องอกที่ต่อมหมวกไต หลอดเลือดผิดปกติแต่กำเนิด การใช้ยาบางชนิด การใช้สารเสพติด หรือแอลกอฮอล์ แพทย์จะวินิจฉัยโรคความดันสูงโดยดูจากการวัดค่าความดันโลหิตของผู้ป่วยเป็นหลัก และมีการตรวจวัดหลายครั้ง เพื่อความแม่นยำของผลการตรวจ ซึ่งค่าความดันโลหิตที่วัดได้จะแบ่งออกเป็น 2 ค่า โดยตัวแรก เรียกว่า ค่าความดันซิสโตลิก  เป็นความดันโลหิตในหลอดเลือดแดงขณะที่หัวใจบีบตัวและตัวที่สองเรียกว่า ค่าความดันไดแอสโทลิก  เป็นค่าความดันโลหิตในหลอดเลือดแดงขณะหัวใจคลายตัว โดยในปี ค.ศ. 2017  สมาคมหัวใจของประเทศสหรัฐอเมริกา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรค

 

ได้ให้คำนิยามของโรคความดันสูงว่าเป็นภาวะที่ตรวจพบความดันเลือดในหลอดเลือดแดงสูงกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป แต่หากวัดค่าความดันโลหิตได้ตั้งแต่ 120-129/น้อยกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท แพทย์จะวินิจฉัยว่าผู้ป่วยอยู่ในภาวะก่อนความดันสูง ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันสูงในอนาคต

โรคกระดูกทับเส้น

โรคกระดูกทับเส้น

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรคกระดูกทับเส้น

 

           โรคกระดูกทับเส้น หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท สร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วยด้วยอาการปวดหลัง ปวดขา และเดินได้ในระยะสั้นลงเรื่อยๆ อาการกระดูกทับเส้น หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ที่เพิ่มมากขึ้นหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง 

          โรคนี้มักเกิดกับผู้สูงอายุเนื่องจากการเสื่อมสภาพของข้อกระดูกสันหลังจนทรุดตัวทำให้ร่างกายตอบสนองด้วยการสร้างกระดูกงอก หรือหินปูนขึ้นเพื่อต้านการทรุดตัวและไปกดทับเส้นประสาท หรือบางครั้งอาจเกิดจากการที่หมอนรองกระดูกเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาท นพ กล่าวว่าการรักษาโรคกระดูกทับเส้น หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แพทย์จะให้การดูแลตามสภาพอาการโดยไล่ระดับไปตั้งแต่แนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการยกของหนัก ควบคู่ไปกับการกินยาแก้ปวด ใส่เสื้อรัดเอว และการออกกำลังกายในช่วงที่ยังเป็นไม่มากนัก แต่หากอาการหนักขึ้นมาอีกก็ต้องทำกายภาพบำบัด หากยังไม่หายก็ต้องพิจารณาฉีดยาเข้าช่องประสาทไขสันหลัง หรือทำการผ่าตัดรักษา ในการผ่าตัดรักษาหลายครั้งที่แพทย์อาจทำการตัดกระดูกที่กดทับเส้นประสาท หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หลายๆ ข้อออก แล้วต้องใช้โลหะที่ทำจากไททาเนียมดามกระดูกระหว่างข้อเพื่อให้กระดูกสันหลังเกิดความมั่นคงไม่ยุบตัวลง วิธีนี้แม้จะให้ผลดีอาการปวดหายได้เร็ว แต่ต้องใช้เวลาในการผ่าตัดนาน และต้องติดตามผลการรักษาจนกว่ากระดูกจะติดอีกหลายเดือน นอกจากนี้ยังอาจพบปัญหาข้อที่อยู่สูงถัดจากข้อที่เชื่อมแล้วมีอาการเสื่อมเร็วกว่าปกติ ดังนั้น หากการผ่าตัดไม่มีความจำเป็นต้องใส่โลหะไททาเนียม ศัลยแพทย์ควรเลือกการผ่าตัดที่ไม่ใส่โลหะมากกว่า” ผู้อำนวยการอาวุโส สถาบันโรงกระดูกสันหลังกรุงเทพกล่าว ด้วยประสบการณ์ในการรักษาโรคกระดูกทับเส้น หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท มานานทำให้ สังเกตเห็นถึงปัญหาดังกล่าวและได้แนะนำเทคนิคการผ่าตัดรักษาที่เรียกว่า Microdecompression มาใช้ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบเปิดแผลเล็กด้วยกล้องจุลทรรศน์และไม่ใส่โลหะ แพทย์จะกรอกระดูกส่วนที่กดทับ หรือเบียดเส้นประสาท ซึ่งเป็นการแก้ไขเฉพาะตรงจุดที่เป็นปัญหา โดยไม่ต้องตัดเอากระดูกออกมาทั้งหมด และทำให้หลีกเลี่ยงการใช้โลหะได้ กระดูกที่เหลือยังสามารถยึดตัวแน่นหนาไม่หลวมคลอนและเคลื่อนไหวได้เหมือนเดิม จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัย และลดค่าใช้จ่ายจากการใส่โลหะดามกระดูกไปได้มาก นอกจากนี้ การผ่าตัดด้วยเทคนิค Microdecompression ยังมีข้อดีตรงที่แผลผ่าตัดเล็กกว่าการผ่าตัดธรรมดาจากแผล 5-8 เซนติเมตร เหลือเพียง 2 – 3 เซนติเมตรจึงทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วและเจ็บน้อยอีกด้วย หมอนรองกระดูกสันหลังตรงข้อด้านล่างของกระดูกเอว เป็นจุดที่มีความเสื่อมสูงสุดตามสถิติ และพบการกดทับของเส้นประสาทได้บ่อย รวมถึง หมอนรองกระดูกสันหลังที่คอ ที่มีโอกาสเสื่อมมากเช่นกันจากการใช้งานหนัก ทั้งนี้ หากหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม ยุบตัวลงมา แต่ไม่กดทับ เส้นประสาท ผู้ป่วยก็อาจจะไม่มีอาการปวดแต่อย่างใด เช่นเดียวกัน หากหมอนรองกระดูกยังไม่เสื่อม แต่บังเอิญไปกดทับเส้นประสาท ก็จะมีอาการ เจ็บปวดตามมา ส่วนใหญ่โรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทจะเกิดกับคนไข้ 2 กลุ่ม ที่พบบ่อยคือ กลุ่มผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเริ่มมีความเสื่อมของ กระดูกสันหลัง หรือ หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมอยู่แล้ว พอออกแรง หรือใช้แรงเบ่งมากๆ อาจทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังแตกออกมากดทับ เส้นประสาทได้ในทันที เราเรียกว่า โรคหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทชนิดเฉียบพลัน อีกกลุ่มคือ กลุ่มวัยหนุ่มสาวที่มี Activity มากๆ ชอบออกกำลังกายหนักๆ โลดโผน หรือเคยมีอุบัติเหตุ ย่อมมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บของ หมอนรองกระดูกสันหลังได้ง่ายกว่า เปรียบเทียบง่ายๆ ฝาแฝด 2 คน เหมือนกันทุกอย่าง คนหนึ่งเรียบร้อย อีกคนชอบทำกิจกรรม เล่นบันจี้จัมพ์ อเมริกันฟุตบอล ในบั้นปลายของชีวิต คนที่มี Activity มากจะมีความเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลังมากกว่า อย่างไรก็ดี คนที่เรียบร้อย หากใช้งาน กระดูกสันหลังไม่ถูกต้อง เช่น เป็นพวกออฟฟิศซินโดรม หมอนรองกระดูกสันหลังก็เสื่อมได้เช่นกัน แต่ท้ายที่สุด หมอนรองกระดูกสันหลังของทุกคน ก็ต้องเสื่อมสภาพอยู่แล้ว แต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรคกระดูกทับเส้น

 

     ส่วนใหญ่แล้ว อาการกระดูกทับเส้นจะค่อย ๆ ดีขึ้นหากผู้ป่วยได้พักผ่อน ออกกำลังกาย และรับประทานยาบรรเทาอาการของโรค ซึ่งจะใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 1-3 เดือน อย่างไรก็ตาม วิธีรักษากระดูกทับเส้นมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการและตำแหน่งที่หมอนรองกระดูกเคลื่อน

ปลาคาร์พ

ปลาคาร์พ

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลาคราฟ ประวัติ

 

        ปลาคาร์พ หรือปลาแฟนซีคาร์พ นับเป็นปลาที่สวยงามชนิดหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งอาจเป็นเพราะมันเลี้ยงง่าย โตไว อีกทั้งยังมีสีสันสวยงาม และยังเป็นปลาที่มีอายุยืนที่สุดในโลกด้วย 

ปลาคาร์พ จัดอยู่ในประเภทปลาน้ำจืดกลุ่มปลาตะเพียน ซึ่งชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า โค่ย นิชิกิกอย  มีต้นกำเนิดมาจากปลาไนธรรมดา ซึ่งพบในแหล่งน้ำจืดต่างๆ ทั่วโลก สำหรับถิ่นกำเนิดที่แท้จริงก็คือ ประเทศอิหร่านในปัจจุบัน แต่ชาวจีนเป็นกลุ่มแรกที่ได้ศึกษาเรื่องปลาไนมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว ส่วนประเทศญี่ปุ่นได้ศึกษาเกี่ยวกับปลาคาร์พ เมื่อประมาณ 200 ปี หลังคริสต์ศตวรรษ โดยกล่าวถึงปลาชนิดนี้ว่ามีสีแดง สีขาว และสีน้ำเงิน ซึ่งชาวญี่ปุ่นนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่น และได้พัฒนาสายพันธุ์ดั้งเดิมของปลาไน ให้เป็นปลาสวยงาม มีสีสันและรูปร่างที่สวยงามขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน โดยเรียกว่า ปลาคาร์ฟ หรือ แฟนซีคาร์ฟ โดยมีแหล่งหรือศูนย์กลางการเพาะเลี้ยงปลาแฟนซีคาร์ฟ บริเวณเขาแถบเมืองโอจิยะ จังหวัดนิอิกาตะ และเมืองฮิโรชิมา สำหรับประเทศไทยได้เริ่มนำเข้าปลาคาร์ฟเมื่อปี พ.ศ.2493 โดยการนำมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการซื้อขายในราคาที่ค่อนข้างสูง ในปี พ.ศ.2498 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ทรง สั่งปลาชนิดนี้มาจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์และตั้งชื่อปลาแฟนซีคาร์ฟนี้ว่า ปลาอมรินทร์ หรือบางทีก็เรียกว่า ปลาไนทรงเครื่อง ซึ่งชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า นิชิกิกอย   ปลาคราฟ เป็นปลาน้ำจืดที่จัดอยู่ในกลุ่มปลาตะเพียน มีถิ่นกำเนิดในประเทศอีหร่าน สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้ามาเลี้ยงครั้งแรกจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2493 ซึ่งช่วงนั้นยังนิยมเลี้ยงในกลุ่มผู้มีฐานะดีเท่านั้น ต่อมาปี พ.ศ. 2498 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลาคราฟ ประวัติ

 

ปลาคาร์พเป็นปลาที่ไม่ชอบอุณหภูมิร้อนหรือเย็นมากเกินไป อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเติบโตที่ 20-22 องศาเซียลเซียส สภาพน้ำสะอาด น้ำมีสภาพเป็นกลางหรือเป็นกรดเพียงเล็กน้อย ระหว่าง 7.0-7.5 หากน้ำเป็นกรดจะทำให้สีของปลาคราฟซีด ไม่สดใส

ปลาหางนกยูง

ปลาหางนกยูง

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลาหางนกยูง

        ปลาหางนกยูง มีชื่อสามัญว่า เป็นปลาสวยงามน้ำจืดชนิดหนึ่งที่จัดว่าเป็นปลาติดตลาด เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว   ถึงแม้ว่าจะมีราคาไม่สูงมากนัก แต่มีความสวยงามและว่ายน้ำอยู่เสมอ ทำให้เป็นที่ต้องตาของผู้เลี้ยงโดยทั่วไป

          ปัจจุบันนิยมเลี้ยงกันมากในตู้กระจก  ภาชนะ หรือบ่อเลี้ยงปลาภายนอกอาคาร ซึ่งถ้าเป็นบ่อเลี้ยงปลาภายนอกอาคารมักเลี้ยงร่วมกับการเลี้ยงพรรณไม้น้ำ  เช่น ในกระถางบัว อ่างเลี้ยงสาหร่าย ปลาหางนกยูงมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ แถบ เวเนซูเอลล่า หมู่เกาะคาริเบียนของประเทศบาร์บาโดส และ ในแถบลุ่มน้ำอเมซอน ในธรรมชาติอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด และ น้ำกร่อยที่เป็นแหล่งน้ำนิ่งจนถึงน้ำไหลเอื่อย ๆ เป็นปลาที่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับปลากินยุง (Mosquito  Fish) ซึ่งเป็นกลุ่มปลาที่มีอวัยวะช่วยหายใจ ทำให้สามารถอยู่ในน้ำที่มีออกซิเจนน้อยๆได้ดี ในระยะเริ่มแรกนิยมใช้ปลากลุ่มนี้ในการนำไปช่วยกำจัดยุงลาย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่พิเศษถึง 2 ประการ คือ ประการแรกมีความอดทน เนื่องจากมีอวัยวะช่วยหายใจที่เรียก Labyrinth organ ทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในน้ำที่เริ่มเน่าเสียซึ่งมีปริมาณออกซิเจนต่ำได้  ประการที่สอง คือ มีความสามารถแพร่พันธุ์ขยายจำนวนเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ปลาหางนกยูงได้ถูกนำเข้าไปทดลองเลี้ยงในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อป พ.ศ. 2451 และแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆในเขตร้อน เพื่อใช้ปราบยุงลายช่วยลดปัญหาเรื่องการระบาดของไข้มาลาเรีย โดยนำไปปล่อยตามแหล่งน้ำขังต่างๆหรือแหล่งน้ำเสียที่มีตัวอ่อนของยุง ที่เรียกกันว่าลูกน้ำอยู่มากโดยไม่มีปลาชนิดอื่นเข้าไปอาศัยอยู่ได้ เนื่องจากมีปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอ แต่สำหรับปลาหางนกยูงหรือที่เรียกว่าปลากินยุง จะสามารถใช้อวัยวะช่วยหายใจนำออกซิเจนจากอากาศมาใช้ จึงทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ นอกจากนั้นยังเป็นปลาที่ชอบกินลูกน้ำ แล้วแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถควบคุมปริมาณลูกน้ำให้ลดลงได้ 

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลาหางนกยูง 

      ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูง คือ ลูกปลาที่ได้มามีลักษณะไม่ตรงตามต้องการ หรือมีลักษณะไม่เหมือนกับพ่อแม่พันธุ์ที่ใช้เพาะ แต่มักจะมีลักษณะด้อยกว่าพ่อแม่ปลา คือมีความสวยงามไม่เท่าพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ

Pink Floyd

พิงค์ฟลอยด์

 

¸¸¸¸¸¸ààààààààุ¸¸¸¸¸¸¸¸¸¸¸¸¸¸ ¸ªà¸³à¸ "เป็น£Ã±â ?? Pink Floyd

 

     การมาถึงของกระแสนิยมในความเมามายของดนตรีไซเคเดลิก ณ ช่วงปลายยุค 60s นั้น ได้ดึงดูดเครื่องเคียงแสนอันตรายที่เรียกว่ายาเสพติดซึ่งประกอบไปด้วยยาอย่าง psilocybin mushroom peyote และ LSDเข้ามาสู่วัฒนธรรมนี้ด้วย และยาอย่างสุดท้ายคือสิ่งที่ซิดใช้ขับเคลื่อนตัวเองและพิงค์ฟลอยด์ในตอนนั้น

         พวกเขาก็พัฒนาทักษะการแสดงสดขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกันกับสร้างหนทางใหม่ให้วงดนตรีอย่างที่วงในยุคนั้นไม่มีใครคาดคิด โดยให้ค่ากับโปรดักชันระหว่างโชว์อย่างมาก บางงานมีการนำโปรเจกเตอร์มายิงเข้ากับกำแพงเป็นแสงสีงาม ๆ ประกอบกับเพลงไซคีเดลิกชวนฝันของวง บางงานก็จัดไฟโดยให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในแดนลี้ลับสนธยา วงกลายเป็นที่กล่าวขานสนัดหูและทำให้ในปีเดียวกันนั้น EMI Records ก็จับพวกเขาเซ็นสัญญาเข้าค่าย ตรงนี้เองที่ความอัจฉริยะบวกมุมมองในโลกใหม่จาก LSD ส่งให้ความคิดสร้างสรรค์ของซิดเขียนเพลงที่ชื่อ Arnold Layne ขึ้นมา เพลงนี้คือส่วนสำคัญที่ทำให้โลกรู้จักพิงค์ฟลอยด์เป็นครั้งแรกและตามด้วย See Emily Play เพลงที่ดันกราฟของวงให้วิ่งสูงขึ้นรวมถึงตอกย้ำในความเก่งของซิดอีกครั้งนึง เพลงที่มากขึ้นมาพร้อมกับการแสดงสดที่มากมาย ในตอนนั้นเพลง See Emily Play สามารถใช้คำไหนมาอธิบายได้เลย ช่วงหลังจากออกรายการ Top of the Pop มา พิงค์ฟลอยด์ก็ออกทัวร์อย่างหนักยิ่งกว่าวงไหน ๆ ในยุคเดียวกัน สิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นคือ หลาย ๆ สมัยนี้การชมคอนเสิร์ตประกอบวิชวลเป็นเรื่องปกติมาก จอ LED ก็อันใหญ่ขึ้น ละเอียดขึ้นเรื่อย ๆ โปรเจกเตอร์ก็คมขึ้น แถมยังฉาย mapping ลงบนอะไรต่ออะไรได้อีกสารพัด แต่เมื่อราว 50 ปีก่อน Pink Floyd เป็นวงแรก ๆ ที่บุกเบิกการเล่นเทคนิกแสงสีประกอบการแสดงคอนเสิร์ต จนผู้ชมตั้งใจจะมาดูวิชวลมากกว่ามาเจอตัวศิลปิน และเมื่อเราได้เห็นอุปกรณ์ที่พวกเขาใช้ตั้งแต่ยุค psychedelic จะยิ่งรู้ว่าพวกเขาหัวก้าวหน้ากันขนาดไหนภาพปริซึมกับสเปคตรัมสีรุ้งของ Dark Side of The Moon ที่เป็นหนึ่งในปกอัลบั้มที่ถูกจดจำได้มากที่สุดตลอดกาล ถูกทำเป็นภาพสามมิติที่หมุนอยู่ช้า ๆ ลอยอยู่ตรงหน้าจนอยากเข้าไปจับ  มันเท่มากจริง ๆ ตำนานกล่าวว่า ขณะที่ทางวงกำลังบันทึกเสียงเพลง Shine On You Crazy Diamond ในอัลบั้ม Wish You Were Here ซึ่งแต่งขึ้นเพื่อระลึกถึง Syd Barrett สมาชิกรุ่นก่อตั้งที่ออกจากวงไปเพราะสติวิปลาส เพื่อน ๆ ก็ไม่ได้เจอเขามาเป็นปี แต่อยู่ดี ๆ Syd ก็ปรากฏตัวในห้องอัดโดยไม่ได้บอกกล่าว แถมยังอยู่ไนสภาพที่เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้อีกด้วย รูปโพลารอยด์ใบเล็ก ๆ ที่โชว์เงียบ ๆ ทำให้เรารู้สึกเศร้าสลดอย่างบอกไม่ถูก  ตัวละครหลักตัวหนึ่งใน The Wall คือ The Teacher ที่อยู่ในเพลง The Happiest Days of Our Lives ต่อเนื่องมาถึง Another Brick In The Wall (Part 2) นอกจากหุ่นเป่าลมขนาดยักษ์แบบที่ใช้ในคอนเสิร์ต ซึ่งพร้อมจะก้าวข้ามกำแพงมาเหยียบพวกเราแล้ว ในผนังเดียวกันยังมีภาพหมู่ของชั้นเรียนที่ Roger, Syd และ Storm Thorgerson เ ในช่วงครึ่งหลังของยุค 70s ได้เกิดกระแสของดนตรีพังก์ และการต่อต้านสถาบัน ซึ่งดนตรีที่ดิบเถื่อน ก้าวร้าว ตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน แถมยังเล่นโดยนักดนตรีชนชั้นกลางถึงล่างที่หน้าตาไม่หล่อและไม่รวย ช่างเป็นขั้วตรงข้ามกับ Pink Floyd ในทุกมิติ และเมื่อ Johnny Rotten จากวง Sex Pistols ซื้อเสื้อยืด ของ Pink Floyd มา เขียนข้อความว่า I HATE เติมเข้าไป แล้วใส่ขึ้นแสดงคอนเสิร์ต ก็เลยเหมือนเป็นการประกาศสงครามระหว่างแฟนเพลง 2 ฝั่ง PUNK vs PINK!  ต่อจากนั้นร็อคเองก็เสื่อมความนิยมลงไปเล็กน้อย เพื่อหลีกทางให้กับแนวดนตรียอดฮิตตอนนั้นอย่าง อัลเทอร์เนทีฟ ดนตรีทางเลือกที่ฟังแล้วแตกต่างไปจากที่เคย นั่นทำให้วัยรุ่นที่แสวงหาอะไรใหม่ๆชอบมาก โมเดิร์นด็อก มีสมาชิกสามคนคือ ป็อด(ร้องนำ) บ็อบ(เบส) และ โป้ง(กลอง) ทั้งสามคนสร้างผลงานเพลงอันเป็นที่จดจำมากมายไม่ว่าจะเป็น บุษบา มานี กะลา ก่อน บอกเลยว่าเพลงเหล่านี้พอได้ยินต้องกระโดดสุดตัวทุกคน

 

¸¸¸¸¸¸ààààààààุ¸¸¸¸¸¸¸¸¸¸¸¸¸¸ ¸ªà¸³à¸ "เป็น£Ã±â ?? Pink Floyd

 

          โชว์ของพิงค์ฟลอยด์ซิดเอาแต่ยืนนิ่งเฉย ๆ ไม่ร้อง ไม่เล่นกีตาร์ ไม่พูดอะไรสักคำ แค่ยืนนิ่งจ้องอะไรซักอย่างด้วยสาที่ว่างเปล่าอยู่อย่างนั้น หรือบางครั้งถูกเชิญไปออกทีวีโชว์ พิธีกรในรายการยิงคำถามสนุกสนานชวนยิ้มใส่เขา เขาก็จะตอบมันกลับไปด้วยคำสั้น ๆ ที่แฝงด้วยท่าทีนิ่งเฉย แต่กว่าเขาจะตอบแต่ละคำถามนั้นก็ใช้เวลานานอยู่หลายนาที และบางทีเขาก็แค่นั่งจ้องกล้องที่ถ่ายโดยไม่พูดอะไรเลย

 

The Rolling Stones

The Rolling Stones

 à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ The Rolling Stones

         วงร็อกจากเกาะอังกฤษ ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1962 โดยนักกีตาร์หนุ่มหน้ามน ไบรอัน โจนส์, มือเปียโน เอียน สจ๊วร์ต นักร้องนำปากกว้างสุดซ่า มิก แจ็กเกอร์ มือกีต้าร์มาดจิ๊กโก๋ คีธ ริชาร์ด มือเบส บิล ไวแมน และมือกลองมาดขรึม ชาร์ลี วัตส์ โดยได้แรงบันดาลใจในการตั้งชื่อวงมาจากชื่อเพลงบลูส์เพลงหนึ่งของพ่อเพลงบูลส์ชาวอเมริกัน มัดดี้ วอเตอร์ส 

             แรกเริ่มเดิมที ผลงานส่วนใหญ่ของพวกเขาจะเป็นการนำเอาเพลงเก่าของศิลปินบลูส์และอาร์แอนด์บีอเมริกัน อย่าง ชัก เบอร์รี่, โบ ดิดลีย์ มาเรียบเรียงใหม่ ในเวลาต่อมาพวกเขาก็เริ่มแต่งเพลงของตัวเอง ไม่นานก็เริ่มประสบความสำเร็จในบ้านเกิด และเริ่มขยายขอบเขตของความสำเร็จและชื่อเสียงไปยังสหรัฐอเมริกาในต้นทศวรรษ 1960 เคียงคู่ไปกับวงดนตรีในตำนานอีกวงที่เป็นคู่แข่งและเพื่อนร่วมยุคสมัยอย่าง เดอะ บีทเทิลส์ เป็นทัพหน้าของกระแสทางดนตรี ศิลปวัฒนธรรมรวมถึงแฟชั่นจากเกาะอังกฤษที่เข้าไปแพร่หลายและเป็นที่นิยมในอเมริกาที่มีชื่อเรียกขานว่า British Invasion พวกเขาบุกเข้าไปสร้างชื่อบนแผ่นดินอเมริกาในปี 1964-65 และเผยแพร่ความนิยมและคลั่งใคล้ไปทั่ว ไม่ใช่แค่จากดนตรีแต่รวมถึงทรงผมและแฟชั่นการแต่งตัวที่วัยรุ่นวัยอเมริกันหลงใหลคลั่งใคล้เอาเยี่ยงอย่างไม่แพ้คู่แข่งร่วมยุคสมัยอย่างสี่เต่าทอง หากแต่ต่างกันตรงที่ เดอะ โรลลิ่ง สโตนส์ นั้นมีภาพพจน์ที่แตกต่างและตรงกันข้ามอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่หนุ่มๆ ‘สี่เต่าทอง’ นั้นมีภาพลักษณ์หล่อเนี๊ยบ สะอาดสะอ้าน เรียบร้อยเป็นลูกผู้ดีและเป็นขวัญใจสาวๆ ในยุคนั้น แต่พลพรรค ‘หินกลิ้ง’ ของเรานั้นมีภาพลักษณ์เป็นจิ๊กโก๋ฮิปปี๊ แต่งตัวรุ่มร่าม ผมยาวรุงรัง รวมถึงมีพฤติกรรมกระดางลางและต่อต้านสังคม รวมถึงเนื้อหาในเพลงที่พวกเขาขับขานก็พูดถึง เซ็กส์ ยาเสพติด การยั่วเย้ากระเซ้ากฎหมายและท้าทายศาสนาอยู่เป็นเนืองนิจ พวกเขาเป็นสัญลักษณ์ของความขบถ แปลกแยก และต่อต้านสังคมอันคร่ำครึของหนุ่มสาวในยุคนั้น ซึ่งทางวงเองก็ยืนหยัดด้วยภาพพจน์คนนอกคอกแบบนี้มาจนถึงปัจจุบัน  

ยุคช่วงทศวรรษ 1990 จนถึงก่อนยุคสหัสวรรษใหม่นั้น ต้องยอมรับเลยว่าเป็นยุคทองของวงการเพลงไทยเหมือนกันยุคหนึ่งเลย โดยเฉพาะเพลงที่ออกมาเอาใจวัยรุ่น นี่บอกเลยว่าคำว่าฟีเวอร์น้อยเกิน ไป ยุคนั้นการได้ยินข่าวศิลปินล้านตลัปไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ได้ยินกันบ่อย หรือ การจัดคอนเสิร์ตที่คนเข้าไปดูจนเวทีแทบแตกเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อย แต่ก็เห็นเป็นประจำ แม้ว่าจะผ่านมานานแต่ผลงานศิลปินยุค 90 หลายคนยังสามารถหยิบมาฟังได้แบบไม่ตกยุคเลยด้วย เราจะขอพาทุกคนย้อนกลับไปดูว่ายุคนั้น วงดนตรีของไทยไหนดังบ้าง
หิน เหล็ก ไฟ

เริ่มกันที่วงร็อครุ่นใหญ่ ชื่อแบบเข้าใจง่ายแต่สื่อถึงอารมณ์ดีอย่าง หิน เหล็กไฟ วงนี้มาพร้อมกับดนตรีอันหนักหน่วง เสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์(พี่โป่ง) กับเนื้อเพลงกระชากใจ เสียดสี ได้แบบแสนสันต์ เพลงยอดฮิตอย่าง นางแมวยั่วสวาท ยังคงถูกเปิดให้ได้ยินกันเสมอตามผับ หรือ สุดยอดเพลงอมตะตลอดกาลอย่าง ศรัทธา ที่เอามาฟังทีไร เหมือนได้รับพลังแฝงทุกที วงนี้คือวงร็อคสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ความเฟื่องฟูของ อัลเทอร์เนทีฟ

 à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ The Rolling Stones

 

       แต่ถ้าเราได้เล่นประกบกันเมื่อไหร่ ต่อให้มือกีต้าร์เป็นสิบคนก็กินเราไม่ลง  ส่วนมือกลองอย่าง ชาร์ลี วัตส์ นั้น ไม่ต้องให้นิตยสาร Rolling Stone หรือนิตยสารดนตรีหัวไหนๆ มายืนยัน ก็รับประกันได้เลยว่า เขาเป็นหนึ่งในมือกลองที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคนิคการตีกลองอันนวลเนียนและจังหวะการลงสแนร์อันนุ่มนวลแต่เหนือชั้นของเขานั้นถือได้ว่าเฉียบขาดที่สุดคนหนึ่งคนโลกเลยทีเดียว